บ้านบนเนิน ไล่ระดับไปสู่ความสบายในจุดสูงสุด

บ้านบนเนิน ไล่ระดับไปสู่ความสบายในจุดสูงสุด

บ้านรูปตัว L

บ้านรูปตัว L

บ้านรูปตัว L ความ ท้า ที่ วางเป้า หมาย ต่างกัน ก็ ก่อให้เกิด ผล ใน ปลายทางที่ ต่างกัน ตามไป ด้วย อย่างงาน วางแบบ บ้าน

สำหรับ สถาปนิก ความ ท้าทายใน งาน บางครั้งก็อาจจะ เป็นการได้รับ รางวัล ใหญ่ ๆ การดีไซน์ ที่ แปลกไม่เหมือนกัน บางบุคคล ท้

กับ การ เอาชนะ ข้อกำหนด แต่สำหรับFrench Kennedy กลับเพิ่มเติม ความ ท้า ให้ตนเอง ด้วย การสร้างบ้าน ที่ ดีง ศักยภาพ ของ

พื้นที่ ออกมาให้เยอะที่สุด ผู้อยู่อาศัย ได้รับความสบาย สบาย ใน พื้นที่ ใช้งาน ที่ ตอบ ปัญหา การนำ เทคนิคการดีไซน์ แบบ ที่ สอด

รับ กับ ธรรมชาติ มา ใช้ ในเวลาเดียวกัน ก็ บรรลุเอกลักษณ์ ทางสถาปัตยกรรม ที่ แสดงออก ถึงตัวตน ได้ อย่างดีเยี่ยม

บ้าน ขนาด 190 ตร. ม. หลังนี้ สร้าง อยู่ บน เนิน แถบ นอกเมือง แอดิเลด เมืองหลวงของเมือง เซา ท์ ออสเตรเลียวางแบบ โดย

สถาปนิกFrench Kennedy เพื่อเป็นบ้านระยะหลังเกษียณอายุสำหรับ บิดามารดา โดยออกแบบแบบแปลน บ้าน เป็น รูป ตัว L ล้อม

สวนงามขนาดใหญ่ ที่ เบาๆ ไล่ ระดับ ลงไป อย่างงดงาม French Kennedyเลือก ชุด สี ที่ เรียบง่าย สำหรับ ผิว ด้านใน รวมทั้งข้าง

นอก เป็นต้นว่าโลหะ กัลวา ไน ซ์ ปกป้อง ลักษณะอากาศ ภายนอก ในตอนที่ ระเบียงแล้วก็พื้นที่ ด้านใน ปูด้วย ไม่ แอ ช ทำให้ แบบ

ตึก แม้ว่าจะ มอง สะดุดตาและก็ร่วมยุค แต่ว่า ก็ ให้ความรู้ความเข้าใจ สึก สุภาพ ด้วยของ ผิวสัมผัส ของเหล็กลูก เบาะ แล้วก็ ไม่ ซึ่ง

เข้ากันได้ กับ ตึก โรงนา แบบท้องถิ่น แล้วก็ภูมิหลัง ที่ เกี่ยว ทางการ เกษตร ของ บิดามารดา

Willunga House เป็นชื่อ โครงกรนี้ ที่ได้รับ การออก แบบ เพื่อให้สอดคล้องกับ ธรรมชาติ ของ ที่ดิน รวมทั้ง ทิวทัศน์ แวดล้อม โดย

การจัดตัวดีกอย่างมี กลอุบาย เป็น การดัน ตึก ไว้ ที่ ด้านหลัง ของไซค์ ที่ เป็นจุดสุดยอด และเรียง แนว ตึก เป็นตัว Lเ วิธีนี้ จะทำให้

เกิดพื้นที่ว่างสามารถ สร้างสวน ที่ กว้างใหญ่ ด้านหน้า ได้ ส่วน ระดับความสูง ของบ้าน และ การ เปิด ด้านหน้า จะก่อให้สามารถ

มองออก ไป ชม ภาพทัศนียภาพ ได้ กว้าง และ ไกล ขึ้น

จากสวนด้านหน้าค่อย ๆ เดินตามทางขึ้นมาจะเป็นเฉลียงปูด้วยไม้ขนาดใหญ่ที่โอบอุ้มอย่างอ่อนโยนด้วยหลังคาโค้ง ๆ กรุด้วยไม้

ชายคาขนาดใหญ่นี้ให้ร่มเงาป้องกันไม่ให้บ้านร้อนเกินไปในฤดูร้อน ช่วยหักเหมุมดวงอาทิตย์เมื่อขึ้นถึงความสูงระดับหนึ่งให้แสง

ตกกระทบก่อนถึงประตูกระจกที่เชื่อมต่อไปยัง living spcace ในบ้านจึงไม่ได้รับผลกระทบจากแสงมากนัก รูปแบบและเลย์เอาต์ได้

รับการออกแบบให้เข้าถึงกันได้มากที่สุด ภายในเป็นการผสมผสานระหว่างพื้นที่เปิดโล่งและห้องส่วนตัวตอบสนองความต้องการใช้

งานที่ลื่นไหลทั้งในปัจจุบันและอนาคต ในส่วนพื้นที่หลัก ๆ จะประกอบด้วยห้องครัว พื้นที่รับประทานอาหารและเลานจ์ในส่วนกลาง

ของบ้าน โดยมีพื้นที่อ่านหนังสืออยู่ในพื้นที่ที่มีฉากกั้นบางส่วนอยู่ด้านหนึ่ง

รายละเอียดวัสดุหลัก ๆ ในบ้านแต่ละพื้นที่จะเลือกที่สอดคล้องกันและตอบโจทย์ทั้งการใช้งานไปจนถึงสภาพอากาศ อย่างเช่น ใน

ห้องครัวจะมีไอสแลนด์ตัวใหญ่กรุรอบตัวด้วยไม้ท็อปคอนกรีตเช่นเดียวกับพื้นบ้านที่เป็นคอนกรีตขัดมัน ซึ่งมีเหตุผลที่เลือกใช้คือ ให้

ความอบอุ่นด้วยระบบทำความร้อนใต้พื้นในช่วงฤดูหนาว ที่ขับเคลื่อนด้วยแผงโซลาร์เซลล์บนชั้นดาดฟ้าและปั๊มความร้อนแบบไฮโด

รนิก ในขณะที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยเทคนิคการทำความร้อนและความเย็นแบบพาสซีฟ (Passive Cooling)

ตามธรรมชาติ ตลอดแนวอาคารเราจึงเห็นประตูกระจกขนาดใหญ่ที่สามารถเปิดรับอากาศใหม่ระบายอากาศร้อนได้มาก และยังเก็บ

ความร้อนจากดวงอาทิตย์ ทำให้ภายในอบอุ่นขึ้นในช่วงฤดูหนาว

ห้องแบบสตูดิโอที่จัดแปลนแบบ open plan ไม่มีผนังแบ่งกั้น ทำให้สามารถใช้เป็นพื้นที่ทำงานหรือห้องนั่งเล่นแยกต่างหากได้

อย่างยืดหยุ่น ทั้งนี้นักออกแบบตระหนักดีว่าระบบประตูหน้าต่าง เป็นกุญแจสำคัญในการตอบสนองการใช้งานในแง่ของความ

สอดคล้องกับสภาพอากาศ และให้ทัศนียภาพภูมิทัศน์ที่ต่อเนื่องไม่ขาดสาย จึงใช้ผนังกระจกยาวต่อเน่องตลอดแนว ไม่ว่าจะอยู่ใน

ห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน และพื้นที่ใช้สอยอื่น ๆ ก็จะได้ซึมซับความสวยงามตามธรรมชาติที่เปลี่ยนไปในแต่ละวันแต่ละฤดุ

อย่างใกล้ชิด แม้จะไม่ได้ก้าวออกจากตัวอาคารสักก้าวเลยก็ตาม

ผนังโค้ง ๆ เป็นโครงห้องนอนแขกและพื้นที่สตูดิโอ เส้นโค้งเหล่านี้เป็นลูกเล่นที่เราพบในบ้านทั้งส่วนของชายคา ผนังภายนอก ผนัง

ภายใน ช่วยลดทอนความรู้สึกแข็งกระด้างของเส้นตรง เติมเส้นสายพริ้ว ๆ ดูอบอุ่น และให้คุณลักษณะที่หลากหลายกับตัวบ้าน

ห้องนอนใหญ่มีพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้นที่ปลายด้านตะวันตกของอาคาร ซึ่งแน่นอนว่าจะเป็นทิศทางที่รับแสงได้มาก ชายคาจึงยื่นออก

มาปกป้องห้องนอนจากแสงมากเป็นพิเศษ ช่องเปิดติดกระจกใส่แต่เพียงพอดีเท่าที่จำเป็น เพื่อไม่ให้ห้องพักผ่อนสะสมความร้อนจน

นอนไม่สบายในช่วงกลางคืน

สถาปนิก : Passive Cooling คือแนวคิดในการออกแบบและก่อสร้างอาคารให้เกิดความเย็นโดยการพึ่งพาธรรมชาติเป็นหลัก คำนึงถึงการได้รับประโยชน์จากการระบายอากาศตามธรรมชาติ อาทิ การเปิดหน้าต่างรับลมในทิศทางที่ลมพาดผ่าน การป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวอาคารโดยการปลูกต้นไม้บังแดด การสร้างชายคากันแดด และการระบายความร้อนออกจากหลังคาด้วยการใช้ช่องเปิดที่เหมาะสม เป็นต้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *