Godzilla vs. Kong

Godzilla vs. Kong

Godzilla vs. Kong การเผชิญหน้าระหว่างสองยักษ์ใหญ่

Godzilla vs. Kong การเผชิญหน้าระหว่างสองยักษ์ใหญ่ ที่แฟนหนังทั่วโลก ต้องยอม

ศิโรราบ ผลงานลำดับที่ 4 จากจักรวาล MonsterVerseออกมา อย่างเป็นทางการ เมื่อ ตอนต้น

ปีที่ล่วงเลยไป ก็ได้ เสียงตอบรับจากสาวกหนัง ตัวประหลาด อย่างล้นหลาม จนถึงกลายเป็น

หนึ่ง ใน หนัง ฟอร์ม ยักษ์ ที่ แฟน ทั่วทั้งโลกรอคอย การถึงมากที่สุดของปี 2021

Godzilla vs. Kong การเผชิญหน้าระหว่างสองยักษ์ใหญ่

>>> ดูหนังฟรี <<<

ซึ่งผู้กำกับอย่าง อดัม วินการ์ด ก็ไม่ทำให้แฟนๆ ต้องผิดหวัง เพราะเหตุว่า การเผชิญหน้า

ระหว่างสอง ยักษ์ ใหญ่ อย่าง ก็อดสิลล่ารวมทั้งคองใน คราวนี้ มากับฉากแอ็ก ชัน ที่ รุนแรง

แล้วก็ จัดเต็ม กล่าวได้ว่าแฟนๆ ต้องการมองเห็น อะไร อดัม ก็พร้อม เสิร์ฟ ให้แบบ ไม่อั้น

Godzilla vs. Kong บอกเล่าเรื่องราวต่อจาก เหตุการณ์ ใน Godzilla:King of the

Monsters (2019) เมื่อคองถูก กลุ่มมนุษย์นำ ตัว มาจากเกาะ ภูมิลำเนา โดย มีเด็กผู้หญิงคน

หนึ่ง ซึ่งสามารถ ติดต่อ กับ คองได้เดินทางมาด้วย แต่ว่า แล้ว เหตุการณ์กลับกลายก็เกิดขึ้น เมื่อ

จู่ๆ ก็อดซิลล่าได้แสดงตัว ขึ้น แลก็เข้า จู่โจม คอ ง พร้อมทั้งออก ก่อกวนทำลาย บ้านเรือน อย่าง

ไร้ ปัจจัย ก็เลย เปลี่ยนเป็น จุดเริ่ม การต่อสู้ ของสองสัตว์ประหลาด เวลาที่ฝ่าย มนุษย์ จะต้อง

ร่วมมือ กัน ค้นหา ข้อเท็จจริง ว่า คนไหน เป็น ผู้อยู่เบื้องหลังสถานะการณ์ ใน คราวนี้

นับตั้งแต่วันที่ Godzilla (2014) หนังเปิดจักรวาล MonsterVerse ของผู้กำกับ แกเร็ธ เอ็ด

เวิร์ดส์ ออกฉายสู่สายตาผู้ชม มาจนถึง Godzilla vs. Kong เราจะสังเกตได้อย่างชัดเจนถึง

พัฒนาการของจักรวาลสัตว์ยักษ์ที่เริ่มจับทางได้ว่าจุดขายของตัวเองคืออะไร ควบคู่ไปกับการ

ขยายจักรวาลของตัวเองให้น่าสนใจยิ่งขึ้น

จุดสังเกตที่เห็นได้ชัดจาก Godzilla vs. Kong คือการที่ผู้กำกับอย่าง อดัม วินการ์ด ตระหนักดี

ว่าผู้ชมอยากจะเห็นอะไร เขาจึงไม่รีรอที่จะเสิร์ฟฉากแอ็กชันอันดุเดือดให้แฟนๆ ได้ชมแบบจัด

เต็ม พร้อมทั้งพยายามลดทอนบทบาทและความซับซ้อนในพาร์ตเนื้อเรื่องฝั่งมนุษย์ลง เรียกได้

ว่าตลอด 2 ชั่วโมงของหนัง เราจะได้เห็นสองยักษ์ใหญ่อย่างคองและก็อดซิลล่าปรากฏตัวอย่าง

ไม่ขาดสาย พร้อมทั้งฉากแอ็กชันในช่วงท้ายเรื่องที่ยาวนานกว่า 10 นาที

สลับมาที่พาร์ตเนื้อเรื่องฝั่งมนุษย์เองก็ทำหน้าที่บอกเล่าประเด็นสำคัญที่ผู้ชมควรรู้ และขับ

เคลื่อนเนื้อเรื่องให้ดำเนินต่อไปอย่างกระชับฉับไว ไม่ยืดเยื้อ อีกทั้งยังหยิบประเด็นที่หนังภาค

ก่อนอย่าง Godzilla: King of the Monsters (2019) ทิ้งเอาไว้ในตอนจบกลับมาต่อยอด

ได้อย่างสมเหตุสมผล โดยเฉพาะการเปิดเผยเรื่องราวของ Hollow Earth ดินแดนใต้พิภพของ

เหล่าไททันที่เคยถูกกล่าวถึงมาแล้วใน Kong: Skull Island (2017) เองก็ถือเป็นวัตถุดิบชั้น

ดีที่ผู้สร้างสามารถนำไปต่อยอดเรื่องราวในจักรวาล MonsterVerse ให้กว้างใหญ่และน่าสนใจ

กว่าเดิมได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การที่ Godzilla vs. Kong เลือกจะลดทอนความสำคัญของเรื่องราวส่วนของตัว

ละครมนุษย์ให้น้อยลงไป ผู้เขียนเองกลับรู้สึกเสียดายเป็นการส่วนตัวที่นักแสดงระดับคุณภา

พหลายๆ คนพลาดที่จะโชว์ความสามารถของพวกเขาอย่างเต็มที่ เช่น มิลลี บ็อบบี้ บราวน์ นัก

แสดงจากซีรีส์ Stranger Things หรือชุน โอกุริ นักแสดงหนุ่มชาวญี่ปุ่นเองก็ยิ่งน่าเสียดาย

เพราะผลงานนี้เป็นการก้าวขึ้นมารับงานแสดงในหนังระดับฮอลลีวูดเป็นครั้งแรกของเขา

แต่เมื่อผู้กำกับและเหล่าผู้สร้างตระหนักดีว่าหนังของพวกเขากำลังจะขายอะไร จึงทำให้โอกาส

ที่เราจะได้เห็นทัพนักแสดงเหล่านี้ได้โชว์ความสามารถถูกลดทอนลงไปอย่างน่าเสียดาย

โดยภาพรวมแล้ว Godzilla vs. Kong ถือเป็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของก็อดซิลล่าและคอง

ที่สมการรอคอยอย่างแน่นอน และยังเป็นการเปิดจักรวาล MonsterVerse ให้กว้างใหญ่และ

ชวนติดตามไม่แพ้จักรวาลหนังของค่ายอื่นๆ อีกด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *